วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เทศกาลไหว้ขนมบัวลอย

เทศกาลไหว้ขนมบัวลอย

ประเพณีที่สำคัญของชาวจีนในช่วงปลายปีก็คือ วันไหว้ขนมบัวลอย หรือ ตงจื้อ (冬至) หากออกเสียงตามสำเนียงแต้จิ๋วจะเป็น ตังโจ่ย วันไหว้ขนมบัวลอยจะจัดขึ้นในเดือน 11 ตามปฏิทินจีน แต่ไม่กำหนดวันตายตัว แต่ถ้ายึดตามปฏิทินทางสุริยคติสากลจะตรงกับวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคมของทุกปี ที่มาของประเพณีดังกล่าวมาจากการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงฤดูหนาวเพื่อให้คุ้มครองสัตว์เลี้ยง และขอพรให้พืชผลทางการเกษตรเจริญงอกงามได้ดี ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งเป็นการขอบคุณสำหรับการดำรงชีวิตอย่างราบรื่นมาอีก 1 ปี หรือใครมีเคราะห์อยู่ก็เชื่อว่าเมื่อไหว้แล้วจะทำให้หมดเคราะห์

ของที่ใช้ในการไหว้ขนมบัวลอย ประกอบด้วย

« กระถางธูป

« เทียนแดง 1 คู่

« ขนมบัวลอย 5 ถ้วย

« ผลไม้ 5 อย่าง

« น้ำชา 5 ถ้วย

« ธูปสำหรับจุดไหว้ คนละ 3 ดอก หรือ 5 ดอก (จำนวนแล้วแต่ความเชื่อตามแต่ละท้องที่)

« กระดาษเงินกระดาษทอง และเครื่องบรรณาการต่าง ๆ

* จำนวนของที่ใช้ในการไหว้อาจปรับเปลี่ยนไปตามความสะดวกและความเชื่อตามแต่ละท้องที่

ขนมบัวลอยถือเป็นขนมมงคลอีกชนิดหนึ่งของคนจีน สามารถใช้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ได้ เช่น พิธีแต่งงาน เป็นต้น ขนมบัวลอยจะทำจากแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ต้มกับน้ำตาล มักมี 2 สีคือ สีขาว และ สีแดง ซึ่งเป็นสีมงคลของจีน ภายหลังขนมดังกล่าวได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาสูตรการทำเพื่อให้มีรสชาติแปลกใหม่

ในสมัยโบราณชาวจีนเรียกขนมบัวลอยว่า ฝูหยวนจื่อ (浮圆子) 浮 แปลว่า ลอย และ 圆子 แปลว่า ลูกกลม ๆ ต่อมาภายหลังเรียกว่า ทังถวน (汤团) 汤 แปลว่า น้ำแกง ส่วน 团 แปลว่า ทรงกลม หรือเรียกว่า ทังหยวน (汤圆) ซึ่งมีความหมายเหมือนกันและออกเสียงใกล้เคียงกัน นอกจากนั้น อักษร 团圆 เมื่อรวมกันแล้วมีความหมายว่า การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของคนในครอบครัว อีกด้วย ในประเทศไทยอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกชื่อขนมบัวลอยว่า ขนมอี๋ เนื่องจากเป็นการออกเสียงตามสำเนียงจีนแต้จิ๋วนั่นเอง

ที่มา: Copy จาก chat ใน LINE

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

Quote: A smooth sea never made a skilled sailor. อุปสรรคต่าง ๆ ทำให้เราแกร่งขึ้น

Quote ดี ๆ ที่อยากแนะนำในวันนี้ก็คือ

A smooth sea never made a skilled sailor.  
ซึ่งแปลเป็นไทยก็ประมาณว่า "อุปสรรคต่าง ๆ จะทำให้เราแกร่งขึ้น"  ถ้าคุณกำลังท้อ ขอให้อย่ายอมแพ้ครับ เพราะเมื่ออุปสรรคนั้นผ่านพ้นไป คุณจะแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา: Lifehack

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

นี้คือวิธีที่หญิงคนหนึ่งใช้ ที่ทำให้ขยะจากเธอเกือบเป็น 0

หลังจากที่ Laura Singer ได้ไปเรียนในวิชาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เธอก็พบว่าโลกของเราในอนาคตจะเต็มไปด้วยพลาสติกและขยะ เธอไม่ได้ก่นด่าคนอื่นที่สร้างขยะ แต่เธอเลือกที่จะลดการสร้างขยะจากตัวเธอเองจนเกือบเป็น 0 ใน 2 ปี เธอทำได้ยังไงไปดูกันครับ

1. เธอถือถุงของเธอไปร้านค้า - แทนที่จะเอาถุงพลาสติกทุกครั้งที่ซื้อของ Laura เลือกที่จะเอาถุงของเธอไปเอง และนี่เป็นวิธีง่ายที่สุดที่จะช่วยลดปริมาณขยะได้

2. เธอกินอาหารที่ดีขึ้น (healthier food) - Laura เลิกซื้อสินค้าที่แพ็คไว้แล้ว เธอเลือกซื้อผักและผลไม้ปลอดสารพิษแทน และไปที่ตลาดสดแทนที่จะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งทำให้เธอได้รับอาหารที่ดีกับสุขภาพยิ่งขึ้น

3. เธอซื้อเสื้อผ้าที่ร้านมือสอง - แทนที่ Laura จะไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ เธอเลือกที่จะแวะไปที่ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง การซื้อเสื้อผ้ามือสองนั้น นอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการลดขยะจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้าอีกด้วย

4. เธอขายเสื้อผ้าเก่า - เธอเลือกที่จะขายเสื้อผ้าที่เธอไม่ได้ใช้ให้กับร้านมือสอง แทนที่จะปล่อยให้มันรกอยู่ในตู้เสื้อผ้าและเก่าจนเป็นขยะ

5. เธอ"ปฏิเสธ" ต่อสิ่งอำนวยความสะดวก(ที่สร้างขยะ) - Laura เลือกที่จะไม่รับ หลอดดูด ส้อม หรือ ช้อนพลาสติกเมื่อเธอซื้ออาหารกลับบ้าน

6. เธอเริ่มสร้างสิ่งทำความสะอาดเอง - ด้วยการหาข้อมูลใน Zero Waste Home Blog  Laura ได้เรียนรู้ทักษะในทำยาสีฟัน และสิ่งทำความสะอาดอื่น ๆ ซึ่งการทำสิ่งเหล่านี้ใช้เองนั้นจะช่วยลดปริมาณขยะด้วย

หลังจากที่ได้ทำทุกอย่าง Laura ก็พบว่า ชีวิตของเธอนั้นดีขึ้น
แน่นอนว่าสิ่งที่เธอทำนั้นอาจไม่เหมาะกับคนทุกคน แต่อย่างน้อยเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้น่าจะช่วยให้เราคำนึงถึงหนทางที่จะลดขยะลงไป

ที่มา: Lifehack

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

คุณเป็นคนหรือป่าว (Are you human?)

คำถามฮา ๆ จาก Ze Frank ที่จะถามว่าคุณเป็นคนหรือป่าว? รับรองว่าการดูในครั้งนี้คุณจะได้ยิ้มไปหัวเราะไป พร้อมกับการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ :)

ที่มา: TED

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

7 สิ่งพื้นฐานที่จะดึงดูดเงินมาหาคุณ

คุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบบ่นเรื่องเงินไม่พอใช้อยู่บ่อย ๆ ใช่ไหม หรือว่า ทำไมคุณมีรายได้ไม่เท่ากับที่เพื่อน ๆ คุณได้ และคุณเคยสงสัยไหมว่าอะไรคือสิ่งที่คุณควรทำเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ถ้าคำตอบคือ "ใช่" หลักก็ 7 สิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณ

1. เพิ่มความรู้ - ก้าวแรกในการเพิ่มรายได้หรือสร้างความร่ำรวย ก็คือการศึกษา การศึกษาช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณสามารถสร้างความก้าวหน้าในการทำงานของคุณ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้เข้ามา โปรดจำไว้ว่าการศึกษาไม่ได้จบลงเมื่อคุณจบมหาวิทยาลัย ยังมีสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณต้องเรียนรู้หลังจากนั้น ลองหาซักอย่างที่คุณจะรัก แล้วลงมือทำและเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะรู้ทุกสิ่ง แต่ยิ่งคุณรู้มากคุณยิ่งมีโอกาสมาก

2. สร้างเครือข่าย - การรู้จักคนอื่น ๆ ที่ทำงานในสายงานเดียวกับคุณ ช่วยเปิดโอกาสในความก้าวหน้าทางอาชีพให้คุณ และคุณไม่ควรจำกัดเพียงเฉพาะบุคคลที่ทำงานในสายงานของคุณเท่านั้น ยิ่งคุณรู้จักคนมากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น คุณไม่อาจรู้ได้ว่าคุณจะได้เรียนรู้อะไรจากบุคคลเหล่านั้น บางครั้งคุณอาจพบกิจกรรมยามว่าง ๆ เจ๋ง ๆ ก็ได้  โปรดจำไว้ว่าการสร้างเครือข่ายนั้นไม่ใช่แค่การยื่นนามบัตรของคุณให้ แต่มันคือการสร้างความสัมพันธ์จริง ๆ ผ่านการพูดคุย

3. แบ่งปันความรู้ - ลองสร้างวีดีโอ, power point, e-book หรือเขียน blog เกี่ยวกับสิ่งที่คุณชำนาญ แล้ว กระจายให้คนอื่น ๆ แบบฟรี ๆ ดูสิ เพราะเมื่อคุณแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาก็คือการบอกว่าคุณคือผู้เชียวชาญทางด้านนี้ การเป็นผู้เชียวชาญนั้นจำเป็นอย่างยิ่งถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในการทำงานและขึ้นไปสู่จุดสูงสุด คนอื่น ๆ จะเชื่อใจคุณ และวางคุณในตำแหน่งที่มีความสำคัญมากขึ้น เมื่อคุณเป็นผู้เชียวชาญ

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

1 นาทีกับทริปแหล่ม ๆ: ทริคในโรงแรม

คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าโรงแรมที่คุณพักใช้ระบบทีวีของโนเกีย (Nokia TV system) คุณสามารถดูภาพยนต์ได้ฟรี ด้วยการกดปุ่มบนรีโมท ตามนี้ 2-2-1-ลูกศรลง และ กดปุ่ม OK ค้างไว้

ที่มา: Lifehack

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ร้านขายของชำที่ใช้พลังงานจากของกินเหลือทิ้ง

ภูมิภาคที่ร่ำรวยของโลกนั้นมีของกินเหลือทิ้งจำนวนมาก โดยมีประมาณการว่าถึง 40% ของอาหารในอเมริกันเหลือทิ้ง อย่างไรก็ดี supermarket ที่ใหญ่เป็นอันดับสองใน UK ได้กู้บางสิ่งออกมาจากเศษซากอาหารเหล่านั้น

Sainsbury ได้เปลี่ยนวิธีการกำจัดของเหลือ จากเดิมที่ส่งไปฝังกลบ มันจะถูกส่งไปสร้างกระแสไฟฟ้าให้บางสาขา Paul Crewe กล่าวว่า "มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้มันยังเป็นโฆษณาที่ดีอีกด้วย" การฝังกลบของเหลือนั้นมีค่าใช้จ่าย £150 ต่อตัน ขณะที่ทางเลือกในการเปลี่ยนของเหลือเป็นพลังงานนั้นถูกกว่ามาก มันเป็นการเปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็นของที่ใช้ประโยชน์ได้

ของจากธรรมชาติที่ไม่สามารถใช้โดย foodbanks หรือใช้เป็นอาหารสัตว์ได้จะถูกส่งไปยังโรงงานไฟฟ้าชีวภาพ (Bio gas) ที่ซึ่งผลิตก๊าซมีเทนเมื่อมันเน่า จากนั้นก็นำไปเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า กระทั่งก่อนหน้านี้เล็กน้อยไฟฟ้าที่ได้จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการจ่ายไฟฟ้าซึ่งไฟฟ้าที่ได้สามารถจ่ายไฟให้ร้านของ Sainsbury ได้ถึง 3 ร้านเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี Sainsbury มี supermarket ที่ค่อนข้างใกล้กับโรงงานไฟฟ้า ดังนั้น Crewe จึงตัดสินใจที่จะการต่อสายตรงจากโรงไฟฟ้ามายังร้านค้านั้น การทำอย่างนี้ไม่ได้มีประโยชน์ในแง่การจัดการของเหลือใช้ แต่มันเป็นสัญญาลักษณ์ที่มีพลังมาก ที่จะบอกว่า supermarket นี้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดนั้น ได้จากของเหลือใช้ 

นอกจากนี้แผ่นพลังงานแสงอาทิตย์ยังถูกติดตั้งบนหลังคา supermarket ของ Sainsbury ทำให้พวกเค้ากลายเป็นกลุ่มที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้มากที่สุด เมื่อปี 2012 การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงถึง 9% ใน 4 ปีที่ผ่านมา

ความพยายามในครั้งนี้ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาของสิ่งเหลือทิ้งหลังจากที่อาหารถูกซื้อไปแล้ว อาหารเหลือทิ้งเป็นได้ว่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบของการสร้างพลาสติกชีวภาพ (biodegrable plastics) อีกด้วย อย่างไรก็ดี วิธีจัดการของเหลือทิ้งที่ดีนั้นกลับมาจาก ร้านค้าในฝรั่งเศส Intermarché ซึ่งได้เรียนรู้ว่าของเหลือส่วนมากมักมาจากผักและผลไม้ที่หน้าตาไม่ดี ดังนั้นทางร้านจึงได้ตั้งแคมเปญอย่าง การลดราคาและเสียงหัวเราะ ที่ซึ่งช่วยให้ปริมาณของอาหารเหลือทิ้งลดลง

ที่มา IFLSCIENCE